ประโยชน์ของการปฏิบัติสมาธิ

ประโยชน์ของการปฏิบัติสมาธิ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงชักชวนให้ชาวพุทธลงมือปฏิบัติสมาธิตาม ดังมีพระดำรัสว่า “สมาธึ ภิกฺขเว ภาเวถ สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาติ” แปลว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จงยังสมาธิให้เกิดขึ้นเถิด ผู้ที่มีจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมรู้เห็นตามความเป็นจริง ดังนี้”

ทั้งนี้แสดงให้เห็นว่า จิตที่เป็นสมาธิสามารถสลัดความยึดถืออารมณ์ ความยินดียินร้าย ซึ่งทำให้เกิดความเศร้าหมองออกไปได้อย่างสิ้นเชิง และเปิดสภาพอันประภัสสผ่องใสของตนเอง ให้ปรากฏขึ้นตามเดิมด้วย

ดังนั้น ผู้ที่สามารถทำจิตให้เป็นสมาธิจนชำนาญคล่องแคล่ว จิตย่อมหลุดพ้นตั้งมั่นอยู่ได้ด้วยตนเอง คือ ไม่ต้องพึ่งพาอารมณ์หรือสิ่งใดๆจากภายนอกเลย และย่อมรู้เห็นตามความเป็นจริง (เห็นอริยสัจ ๔) ดังนี้คือ :

๑.เห็นจิตที่ส่งออกไปยึดอารมณ์ภายนอกด้วยความยินดียินร้าย เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ (สมุทัย)
๒.เห็นจิตซัดส่ายเนื่องด้วยอารมณ์นั้นๆ เป็น ทุกข์
๓.เห็นว่าการปฏิบัติสัมมาสมาธิ สามารถปล่อยวางอารมณ์ต่างๆ ออกไปได้ เป็น มรรค
๔.เห็นผลจากการปล่อยวางอารมณ์ ทำให้จิตสิ้นการปรุงแต่งได้ เป็น นิโรธ

ถ้าผู้ปฏิบัติสามารถประคองจิตไว้ให้ตั้งมั่นอยู่อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ณ ฐานที่ตั้งสติที่ได้อุปโลกน์ไว้ด้วยแล้ว จิตก็ย่อมหลุดพ้นจากการปรุงแต่งใดๆ อย่างสิ้นเชิง และเป็นการถาวรตลอดไป ผู้ปฏิบัติผู้นั้นก็ย่อมเข้าถึงสภาพแท้จริงของพระพุทธศาสนา และจิตย่อมบริสุทธิ์ปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลายด้วย.

※ ธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ โดย อ.ไชยทรง จันทรอารีย์ หน้า ๑๑๐-๑๑๑

อ่านเรื่องสมาธิ จากหนังสือธรรมประทีป ๙ โดย อ.ไชยทรง จันทรอารีย์

Advertisements