สมาธิในศาสนาพราหมณ์

สมาธิในศาสนาพราหมณ์

กล่าวตามความจริงแล้ว ศาสนาพราหมณ์ซึ่งมีมาก่อนพระพุทธศาสนา ก็มีการปฏิบัติฌานสมาบัติอยู่เหมือนกัน ดังนั้นการปฏิบัติเช่นนี้ จึงมีมาก่อนพุทธกาล แม้พระพุทธองค์เองก็ทรงเคยเสด็จเข้าไปศึกษาและปฏิบัติ อยู่กับพระอาฬารดาบสและพระอุทกดาบส ก่อนตรัสรู้มาแล้วด้วย

แต่พระองค์ได้ทรงพิจารณาเห็นว่า ตลอดเวลาที่อยู่ในฌานสมาบัตินั้น จิตของพระองค์ยังยึดอารมณ์ฌานอยู่อย่างเหนียวแน่นเป็นเอกัคคตารมณ์อยู่ เมื่อยังยึดอารมณ์อยู่ ก็ย่อมถูกอารมณ์ปรุงแต่งให้มีให้เป็นไป ยังไม่พ้นจากทุกข์ไปได้ จึงทรงลาพระอาจารย์ทั้งสองท่านออกมา “ปฏิบัติสัมมาสมาธิ” โดยลำพังพระองค์เอง จนกระทั่งได้ตรัสรู้ในที่สุด

ทั้งนี้ย่อมแสดงว่า สมาธิในศาสนาพราหมณ์ที่ได้ทรงศึกษาและปฏิบัติอยู่กับพระอาจารย์ทั้งสอง ที่กล่าวมาแล้ว กับสมาธิที่พระองค์นำมาปฏิบัติจนได้ตรัสรู้นั้น,ต่างกัน

ดังพุทธพจน์ที่ตรัสไว้ในปฐมเทศนาว่า :
“ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ” แปลว่า
“ธรรมทั้งหลายที่ได้ปฏิบัติมา,เราไม่เคยสดับฟังมาจากที่ใดเลย” (ไม่มีใครสอนมาก่อน)

ถ้าหากว่าสมาธิของพระอาจารย์ทั้งสอง เหมือนกับสมาธิที่ทรงปฏิบัติจนกระทั่งตรัสรู้,จริงแล้ว พระองค์ย่อมตรัสว่าได้ตรัสรู้เองโดยชอบไม่ได้เลย

เพราะฉะนั้น สมาธิของศาสนาพราหมณ์ จึงแตกต่างกับ สมาธิในพระพุทธศาสนา อย่างไม่มีปัญหา เช่นท้าวมหาพรหมยังยึดอัปปมัญญา ๔ อยู่ จึงมีอายุยืนยาวมาก เมื่อเสวยวิบากกรรมเช่นนี้หมดแล้ว ก็จะต้องเวียนว่ายตายเกิดไปเป็นอย่างอื่น ที่เป็นกรรมรองต่อไปอีก ยังไม่พ้นจากทุกข์ไปได้.

※ ธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ โดย อ.ไชยทรง จันทรอารีย์ หน้า ๑๐๗-๑๐๘

อ่านเรื่องสมาธิ จากหนังสือธรรมประทีป ๙ โดย อ.ไชยทรง จันทรอารีย์

Advertisements