หลักการของคัมภีร์พระอภิธรรม



หลักการของ คัมภีร์พระอภิธรรม

คำว่า “อภิธรรม” นั้น กล่าวโดยความหมายแล้ว ในครั้งพุทธกาลย่อมหมายถึง ธรรมอันยิ่งของผู้ที่มีจิตบริสุทธิ์ ได้บรรลุเข้าสู่สภาพเดิมของจิตแล้ว คือ เป็นจิตของพระอรหันต์ขีณาสพ ได้แก่คำว่า “อภิธมฺเม” และ อภิวินเย” เป็นต้น

ทั้งนี้หมายความว่า อภิธรรมเป็นเรื่องของการประพฤติตนของพระอรหันต์ขีณาสพผู้มีจิตบริสุทธิ์แล้ว ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่า พระอรหันต์ประพฤติตนอย่างใดแล้วย่อมถูกต้อง ปราศจากโทษและพิษภัยใดๆทั้งสิ้น แต่เกิดประโยชน์แก่สังคมฝ่ายเดียวเท่านั้น

ในด้านที่เกี่ยวกับวินัย หรือข้อห้ามต่างๆ นั้น ผู้ที่มีจิตบริสุทธิ์แล้ว ย่อมมีพลังจิตอันแรงกล้า ถึงกับใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน เพื่อไม่ให้ล่วงละเมิดข้อห้าม หรือทำสิ่งที่ไม่สมควรต่างๆด้วย,โดยเด็ดขาด

เช่น พระติสสะเถระ ยอมทนรับการทรมานจากนายช่างเจียระไนเพชร,จนตัวตาย โดยไม่ยอมบอกว่า นกกะเรียนได้กลืนเพชรเข้าไปในท้องแล้ว เพราะกลัวนกกะเรียนจะถูกฆ่าตาย เป็นต้น การรักษาวินัยอย่างเคร่งครัดเช่นนี้ จัดเป็น อภิวินัย

ส่วนในด้านธรรมนั้น ในครั้งพุทธกาล หมายถึง ความประพฤติตนของพระอรหันต์อย่างใดๆ ไม่ว่าจะพูด หรือทำสิ่งใดก็ตาม ล้วนแต่เป็นสัจธรรม ถูกต้อง เป็นจริงตามนั้นทุกประการ จึงเป็นผู้มีวาจาศักดิ์สิทธิ์

เช่น พ่อค้าขนดีปลีใส่เกวียนไปขาย แล้วขายไม่ได้ เพราะได้ใช้โทสะโต้ตอบพระอรหันต์ผู้มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ จนต้องกลับมากล่าวขอลุแก่โทษใหม่ แล้วจึงกลับไปขายดีปลีนั้นได้หมด เป็นต้น ความประพฤติของพระอรหันต์ปรากฏจริง เป็นจริงขึ้น เช่นนี้เรียกว่า อภิธรรม

ครั้นกาลเวลาล่วงไปๆ ความเข้าใจเรื่องอภิธรรม อภิวินัยของพระอรหันต์ ได้คลี่คลายเปลี่ยนแปลงไป เป็นเรื่องข้อประพฤติปฏิบัติเพื่อจะให้เป็นพระอรหันต์ไป ดังนั้น จึงเป็นเรื่องของผู้ที่มีจิตยังไม่บริสุทธิ์ คือ ยังเป็นจิตสังขารอยู่ แต่ต้องการปฏิบัติเพื่อทำให้จิตบริสุทธิ์ เป็นวิสังขาร (สิ้นการปรุงแต่ง) เท่านั้น

เพราะฉะนั้น เนื้อหาสาระของคัมภีร์พระอภิธรรม จึงว่าด้วยเรื่อง สังขารธรรม หรือ โลกียจิต ซึ่งเป็นสภาพใหม่ที่เกิดจากเหตุปัจจัยฝ่ายเดียวเท่านั้น

ครั้นได้ถ่ายทอดสืบต่อๆ กันมา ตามเวลาที่ผ่านมานานเข้า ก็เกิดเข้าใจคลาดเคลื่อนขึ้นว่า สภาพเดิมของจิตอันประภัสสรผ่องใสนั้น,ไม่มี มีแต่จิตที่เกิดจากเหตุปัจจัยปรุงแต่ง สกปรก เศร้าหมอง ๑๒๑ ดวง ซึ่งเป็นสภาพใหม่ทั้งสิ้น

คล้ายๆ กับจะยืนยันว่า ถ้าเป็นน้ำแล้วก็ต้องเป็นน้ำที่สกปรก เพราะถูกแร่ธาตุหรือเกลือผสมอยู่ทั้งสิ้น น้ำสะอาดที่เป็นสภาพเดิม,ไม่มี ฉะนั้น.

※ ธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ โดย อ.ไชยทรง จันทรอารีย์ หน้า ๕๑-๕๒

อ่านเรื่องพระอภิธรรม จากหนังสือธรรมประทีป ๙ โดย อ.ไชยทรง จันทรอารีย์

Advertisements