คัมภีร์พระอภิธรรม



คัมภีร์พระอภิธรรม

คัมภีร์พระอภิธรรมนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่พระพุทธองค์ได้เสด็จเข้าสู่พระปรินิพพานประมาณ ๓๐๐ ปี โดยมีพระอรรถกถาจารย์หลายรูป นำเอาพุทธพจน์มาขยายความให้ละเอียดชัดเจน สำหรับเอาไว้บรรยายถ่ายทอดความรู้ ให้แก่ผู้สนใจชั้นหลัง ได้ศึกษาธรรมะล้วนๆ เป็นขั้นๆ ตามลำดับ ดังนั้นจึงไม่ว่าด้วยเรื่องสัตว์บุคคลเลย

พระพุทธโฆษาจารย์ เป็นพระอรรถกถารูปหนึ่ง ที่เรียบเรียง คัมภีร์วิสุทธิมรรค ไว้ ซึ่งได้รับการบรรจุให้เรียนอยู่ในชั้นเปรียญ ๘ ในปัจจุบันนี้

เมื่อประมาณ พ.ศ.๙๕๐ พระอนุรุทธาจารย์ แห่งสำนักมูลโสมวิหาร ประเทศลังกา ก็ได้ถอดเอาใจความธรรมะ จากคัมภีร์พระอภิธรรมทั้ง ๗ เล่ม เล่มละเล็กละน้อย มาเรียบเรียงเป็น คัมภีร์พระอภิธรรมมัตถสังคหะ มี ๙ ปริเฉท ด้วยกัน และมีคำย่อ ซึ่งถือกันว่าเป็นหัวใจของคัมภีร์ดังกล่าวนี้ว่า จิ,เจ,รุ,นิ (จิต,เจตสิก,รูป,นิพพาน) เป็นหลักสำหรับอธิบายขยายความต่อไป

เจตนาของพระอนุรุทธาจารย์ ก็เพื่อรวบรวมสงเคราะห์หัวข้อธรรมะทั้งหลาย ให้เป็นหมวดหมู่ สำหรับกุลบุตร-กุลธิดา ในภายหลัง จะได้เรียนเข้าใจได้โดยง่าย ไม่สับสน นับว่าเป็นเจตนาที่ดี และเป็นกุศลอย่างยิ่ง

แต่เนื่องจากได้ถ่ายทอดสืบต่อกันมา เป็นระยะเวลาอันยาวนาน จึงมีความผิดเพี้ยน,เพิ่มเติม,เสริมต่อกันบ้าง ในระหว่างนั้นเป็นธรรมดา ดังนั้น จึงย่อมเกิดเป็นปัญหาขัดแย้งกันขึ้น เมื่อนำมาสนทนากัน จนไม่อาจตกลงกันได้ก็มี

ปัญหาขัดแย้งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ถ้าผู้สนทนาทุกฝ่ายเปิดใจของตนเองให้กว้าง เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริง โดยใช้เหตุผล และสอบเทียบกับพระสุตตันตปิฎกแล้ว เรื่องย่อมยุติลงอย่างสิ้นเชิง.

※ ธรรมประทีป ๙ ธรรมะภาคปฏิบัติ โดย อ.ไชยทรง จันทรอารีย์ หน้า ๕๓-๕๔

อ่านเรื่องพระอภิธรรม จากหนังสือธรรมประทีป ๙ โดย อ.ไชยทรง จันทรอารีย์

Advertisements